10 อันดับของสุนัขที่นิยมเลี้ยง

อันดับที่ 10
ปอมเมอเรเนีย

ปอมเมอเรเนียเป็นสุนัขที่คล่องแคล่ว และเฉลียวฉลาดมาก กล้าหาญและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนของมัน ปอมเมอเรเนียนอาจจะมีการตอบสนองที่ไม่ค่อยดีกับเด็กๆ และเนื่องจากที่มันมีขนาดเล็กมันอาจถูกข่มเหงโดยเด็กๆ ปอมเมอเรเนียนสามารถปรับตัวอย่างง่ายดายให้ เข้ากับชีวิตในเมืองและเป็นสุนัขที่ดีเยี่ยมสำหรับชนบทด้วยสัญชาตญาณนักล่า ที่ดีที่มันได้รับมาจากบรรพบุรุษของมัน

อันดับที่ 9
ดัชชุนด์

สีหน้าแสดงออกซึ่งความฉลาด ทั้งๆ ที่ขาสั้นเมื่อเทียบกับความยาวของลำตัว แต่ดัชชุนด์ไม่เคยแสดงออกถึงลักษณะของความพิการ งุ่มง่ามหรือยืดยาดในการเคลื่อนไหว มีความฉลาด สดใสและกล้าหาญโดยไม่คำนึงถึงอันตราย มุ่งมั่นในการทำงานทั้งบนดินและใต้ดิน ประสาทสัมผัสทั้งหมดพัฒนาอย่างดี มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับเกมการล่าสัตว์ใต้ดิน
อันดับที่ 8
ชิห์สุ

เป็นสุนัขที่มีนิสัยขี้เล่น อ่อนโยน ชอบเล่นกับเด็ก
เป็นสุนัขตัวเล็กขนยาว เจ้าเสน่ห์มีหางไม่ยาวนักยกสูงขึ้นเหนือหลัง ขนที่หัวมักจะโดนรวบขึ้นแล้วผูกโบว์สีแดงดูสะดุดตามาก มีท่วงทำนองการเดินสูงศักดิ์แบบขุนนาง แต่มันเป็นมิตรกับทุกคน ลักษณะการเห่าของชิสุจะมีความเป็นเฉพาะตัวอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่มันจะเห่าทักทายด้วยเสียงแหลมเล็กเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
อันดับที่ 7
ปั๊ก

สุนัขมีลำตัวซูบผอม ขาสั้นหรือยาวเกินไปศีรษะมีขนาดใหญ่ ลักษณะกลม หนังหัวบริเวณหน้ามีรอยย่นมาก หูมีขนาดเล็ก ใบหูค่อนข้างบาง หูพับไปด้านหน้าหรือด้านหลัง แต่หูพับไปด้านหน้าจะได้รับความนิยมมากกว่า สามารถอยู่ในที่เล็กๆได้หรือสามารถอยู่ร่วมกันหลายตัวได้

อันดับที่ 6
เยอรมันเชฟเฟิร์ด

เป็นสายพันธุ์สุนัขมีถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมนี ในงานของสุนัขตำรวจ ได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์นี้มาใช้ในการดมกลิ่นเพื่อตรวจค้นอาวุธ วัตถุระเบิด ยาเสพติด และยังพบว่าได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์นี้มาใช้ในงานอื่น เช่น งานหน่วยกู้ภัย งานนำทางคนตาบอด งานคุ้มกัน
อันดับที่ 5
บลูด๊อก

มีนิสัยที่สงบ, อ่อนโยน, กล้าหาร, แต่ไม่ก้าวร้าวหรือดุ อารมณ์สงบนิ่งและอ่อนโยน กล้าหาญ ดูจากภาพนอกแล้วจะบ่งบอกถึงความสง่างาม คุณสมบัติเหล่านี้ จะเห็นจากสีหน้าของสุนัข และการแสดงออก
อันดับที่ 4
ยอร์กเชียร์ เทอร์เรีย

สุนัขพันธุ์ยอร์กเชียร์ เทอร์เรีย เป็นสุนัขที่มีนิสัยร่าเริง กระตือรือร้นแต่ไม่ตื่นตูม อ่อนโยนและซื่อสัตย์เกิดตัว เนื่องจากมันขนยาวจึงมีแฟชั่นตัดแต่งขน จึงมักนิยมไว้ขนบริเวณหน้าและปาก ทำให้ดูเหมือนมีหนวดเครายาวรุงรัง
อันดับที่ 3
พุดเดิ้ล

เป็นสุนัขที่ฉลาดและตอบสน องไวที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด พุดเดิ้ลมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก และขนาดทอย(ตุ๊กตา) พุดเดิ้ลทุกขนาดจะเป็นสุนัขที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พุดเดิ้ลพันธุ์เล็กกับพันธุ์ทอยมีอุปนิสัยที่ไม่ค่อย ไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์มาตรฐาน
อันดับที่ 2
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

เป็นสุนัข ที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายในโลก ด้วยความที่เป็นสุนัขที่มีลักษณะเป็นมิตรด้วยใบหน้าและแววตาที่ดูเหมือนจะยิ้มได้ตลอด เวลา ไม่มีความก้าวร้าว เฉลียวฉลาดและช่าง เอาใจ ฝึกสอนง่าย จึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันอยู่มากในทุกวันนี้
อันดับที่ 1
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความอดทน เข้มแข็ง มีความสามารถในการดมกลิ่นดีเยี่ยม มีความปรารถนาจะเอาใจผู้อื่นอีกด้วย และเป็นสุนัขที่ขี้เล่นกับเจ้าของมาก สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ฉลาดหลักแหลม กระตือรือร้น รักสนุก ช่างเอาอกเอาใจเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กประกอบกับการที่ เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดีเนื่องจากมีเสียงเห่าทุ้มและ หนักแน่น เป็นที่น่าเกรงขามเพื่อเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก

การฝึกสุนัขเบื้องต้น

การฝึกสุนัขให้ชินกับโซ่และสายจูง
โซ่คอที่แนะนำคือสายโซ่คอสแตนเลสไม่ควรใช้โซ่คอหนังเพราะไม่สามารถยืดหยุ่นได้ สายจูงควรเป็นสายหนังเพราะจะไม่เจ็บมือเวลาโดนสุนัขดึง
การใช้สายโซ่จะต้องใส่ให้ถูก โดยวงกลมจะต้องอยู่ด้านบนเมื่อดึงจะคลายออกได้เอง แต่ถ้าใส่วงกลมอยู่ด้านล่างจะไม่สามารถคลายออกทำให้สุนัขอึดอัดหรือเกิดอันตรายได้ในครั้งแรกที่สวมปลอกคอหรือใส่สายจูงให้แก่สุนัข เรามักจะได้เห็นปฏิกิริยาที่ขัดขืนและดิ้นรนต่อสู้อยู่สักพักหนึ่ง แต่นี้คือธรรมชาติของสุนัข ดังนั้นผู้ฝึกต้องมีความอดทน และเมื่อสุนัขของเราเริ่มคุ้นเคยกับสายจูงแล้ว จึงค่อยเริ่มบทเรียนได้โดยให้ผู้ฝึกถือสายจูงด้วยมือขวาส่วนมือซ้ายจับประคองไว้โดยให้สุนัขอยู่ด้านซ้ายมือ จะเห็นว่าสายจูงจะพาดผ่านหน้าขาผู้ฝึกและสามารถที่จะใช้มือซ้ายกระตุกที่สายจูงได้เมื่อต้องการให้สุนัขเข้ามาใกล้ผู้ฝึก แต่จงอย่าดึงสายจูง ควรกระตุกเบา ๆ สำหรับสุนัขบางตัวที่อาจต่อต้านสายจูง โดยบ้างก็อยู่กับที่ บ้างก็ขัดขืน ให้ผ่อยสายจูงและพูดปลอบใจจนสุนัขนั่งลงแล้วจึงค่อย ๆ จูงเดินระยะ 2-3 ก้าว และการกระตุกสายฝึกสั้น ๆ ก็อาจจะช่วยให้สุนัขเรียนรู้ในการที่จะเดินไปกับผู้ฝึกได้ ควรกล่าวชมเชยสุนัขเมื่อไม่ขัดขืน หลังจากนั้นให้เพิ่มระยะทางการจูงไปเรื่อย ๆ การฝึกเข้าสายจูงรวมทั้งการจูงเดินอาจกินเวลา 3-4 วัน เมื่อสุนัขชินกับสายจูงแล้วก็สามารถทำการฝึกเบื้องต้นในเรื่องอื่นได้ต่อไป

การฝึกสุนัขให้เดินชิด
ให้นำสุนัขเข้ามาอยู่ทางซ้ายของผู้ฝึก รวบสายจูงไว้ในมือขวา สายฝึกควรจะต้องหย่อนเสมอ สุนัขควรอยู่ในท่ายืน ถ้าหากสุนัขยังนั่งอยู่ผู้ฝึกจะต้องคอยกระตุกสายจูงเบา ๆ และดึงให้ตึงสุนัขจะยืนขึ้นเอง ตบที่ขาข้างซ้ายของตัวเองแล้วพูดคำว่า”ชิด”เพื่อสอนให้สุนัขรู้จักคำว่าชิด ในระยะแรกสุนัขอาจจะไม่เข้ามายืนเคียงข้างซ้ายของผู้ฝึกก็อย่าเพิ่งไปดุ ผู้ฝึกอาจต้องพลิกแพลงวิธีการบ้างโดยการปรับตัวเองให้ยืนในตำแหน่งที่ให้สุนัขอยู่เคียงข้างด้านซ้ายของผู้ฝึก จนกว่าสุนัขจะเข้าใจคำสั่งนี้ เมื่อสุนัขเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ฝึกเริ่มก้าวเดินด้วยเท้าซ้ายก่อน อาจต้องดึงสายฝึกเล็กน้อยเพื่อให้สุนัขเริ่มทำตาม พยายามเดินช้า ๆ อย่ากระชากลากถู ในขณะเดินควรให้บ่าของสุนัขอยู่ในเนวเดียวกับขาซ้ายของผู้ฝึก ถ้าสุนับไม่ทำตามหรือเดินล้าหลังให้กระตุกสายฝึกเบา ๆ จนกว่าจะเดินทันกัน และอย่าลืมชมว่า “ดีมาก” เสมอ แต่หากสุนัขเดินนำหน้าอย่าเร่งฝีเท้าหรือวิ่งตามเพราะจะยิ่งเตลิดออกไป แต่ควรดึงสายฝึกให้ช้าลงและพยายามเดินคู่กับสุนัข ถ้าขณะใดที่สุนัขเผลอตัวไม่สนใน อาจกระตุกสายจูง คอยเตือนให้สุนัขสนใจ ในการฝึกช่วงต้น ๆ ควรให้สุนัขเดินในทางตรง จนกว่าจะเดินตามสายจูงได้ดีขึ้นจนน่าพอใจแล้ว จึงเริ่มต้นฝึกเดินเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กลับหลังหัน เดินวนเป็นรูปเลข 8 แล้วต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นจังหวะการเดินให้ช้าบ้าง เร็วบ้าง จนถึงวิ่งเหยาะสลับกันไป การฝึกในระยะแรกควรใช้เวลาประมารณ 5 นาที ต่อไปก็ขยายเวลาออกไปถึง 10-15 นาที หรือครึ่งชั่วโมง ประมาณ 6-7 สัปดาห์สุนัขก็จะทำได้ดี ซึ่งต่อไปสุนัขก็จะสามารถเดินอยู่ในตำแหน่งชิดได้โดยไม่ต้องใช้สายจูง

โรคที่เกิดกับสุนัข

โรคตับอักเสบติดต่อ (Infectious Hepatitis)พบในสุนัขทุกวัย พบบ่อยในสุนัขอายุไม่เกิน 1 ปี
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Canine adenovirus type 2
อาการ ไข้สูง เบื่ออาหาร ซึม ท้องเสีย เยื่อเมือกต่างๆซีด มีจุดเลือดออกตามตัว ต่อมน้ำเหลืองบวม ต่อมทอนซิลขยายใหญ่ บวมน้ำใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณลำคอ กระจกตาขุ่น ในรายที่เป็นรุนแรง อาจตายภายใน 24 – 72 ชั่วโมง
การติดต่อ ทางน้ำลาย และการสัมผัสกับสิ่งขับถ่าย เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ
การรักษา ไม่มียารักษา ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสุนัข และความรุนแรงของเชื้อ
การป้องกัน ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 2 เดือน ฉีดซ้ำครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรก 1 เดือน และฉีดซ้ำทุกๆปี ปีละครั้ง
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นได้ทุกฤดูกาล ไม่เฉพาะแต่หน้าร้อน และสามารถติดต่อไปถึง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด รวมทั้งคนด้วย
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Rhabdo Virus
อาการ แบ่งเป็น 2 แบบ คือแบบดุร้าย กับแบบเซื่องซึม
-แบบดุร้าย สุนัขจะวิ่งตัวแข็งทื่อ กัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ตาวาว ขากรรไกรแข็ง ลิ้นห้อย น้ำลายไหลยืด ไม่สามารถกินน้ำ หรืออาหารได ้
-แบบเซื่องซึม สุนัขจะหลบซ่อนตัวตามที่มืดในบ้าน ไม่กินน้ำหรืออาหาร อาจมีการขู่ หรือกัดเมื่อโดนรบกวน ขากรรไกรแข็ง ลิ้นห้อย น้ำลายไหลยืด
การติดต่อ ทางน้ำลาย และบาดแผลจากการกัด
การรักษา ไม่มีวิธีรักษา สุนัขที่รับเชื้อนี้จะตายภายในระยะเวลาไม่นาน แนะนำให้ทำลายสุนัขทิ้ง เนื่องจากเป็นโรคติต่อสู่คนได้
การป้องกัน ฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 3 เดือน ฉีดซ้ำทุกปี

การดูแลเมื่อน้องหมาตั้งท้อง


การดูแลเมื่อน้องหมาตั้งท้องการดูแลสุนัขขณะตั้งท้องนั้น หลายท่านระวังมากเกินความจำเป็นแทนที่
จะเป็นผลดีกลับกลายเป็นเกิดผลเสียต่อแม่และลูกสุนัขด้วยซ้ำไป
อาหารสำหรับสุนัขตั้งท้องการสังเกตุอาการสุนัขที่ตั้งท้องนั้นต้องสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด อาจดู
จากการกินจุมากกว่าเดิม และถ้าไม่แน่ใจอาจปรึกษาแพทย์ หลังจากที่แน่ใจว่าท้องแล้ว อาหารที่ให้ต้องเพิ่มให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งท้อง โดยเปลี่ยนมาใช้สูตรสำหรับลูกสุนัข เพราะมีคุณค่าโภชนาการทั้งโปรตีน ไขมัน สูงกว่าสูตรปกติ ควรให้แม่สุนัขกินอาหารสูตรนี้อย่างต่อเนื่องจนลูกสุนัขหย่านม และในช่วงใกล้คลอดอาจให้เสริมอาหารที่มีกากใยอาหารมากขึ้นเพื่อลดปัญหาอาการท้องผูกเนื่องจาก
การขยายตัวของมดลูกที่ดันส่วนลำใส้ใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงหรือระวังอะไรบ้างควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อ โรคติดต่อที่มาจาก
สุนัขเอง โดยระวังให้อยู่ห่างจากสุนัขป่วย แม้เชื้อที่มีปริมาณน้อยก็อาจแพร่เชื้อไปยังลูกที่ไม่มีความต้านทานโรคอาจทำให้ตายในท้องได้ ช่วงนี้ถ้าป่วยต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง นอกจากนั้นต้องหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน เนื่องจากอาจส่งผลต่อลูกได้ ส่วนโปรแกรมการฉีดยากันพยาธิหนอนหัวใจต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบกินแทนการใช้ยากำจัดเห็บหมัดก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากบางกลุ่มเป็นยาฆ่าแมลงที่ห้ามใช้กับสัตว์ตั้งท้อง ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกสุนัขก่อนเป็นอันดับต้น
การดูเพศนั้นทำได้ค่อนข้างยากเพราะอวัยวะลูกสุนัขมีขนาดเล็กมากเกิดการผิดพลาดได้ง่ายซึ่งจะแตกต่าง
จากของคนครับ
ทั้งหมดเป็นการดูแลสุขภาพคร่าวๆ อย่างไรก็ตามควรพาไปพบสัตว์แพทย์ตรวจร่างกาย หากสัตว์แพทย์แนะนำอย่างไรก็ควรปฎิบัติตามเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูสุนัข ถ้าปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างครบถ้วนรับรองได้ว่าจะได้ดูแลลูกสุนัขที่น่ารัก แข็งแรง ไว้ชื่นชมแน่ๆ

วิธีดูแลสุนัขที่ถูกต้อง

เพื่อให้สุนัขของคุณมีสุขภาพดี และมีความสุข สุนัขจำเป็นที่จะได้รับโภชนาการ ที่ให้ความสมดุลต่อร่างกาย การดูแลรักษาจากสัตวแพทย์โดยสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย และที่สำคัญคือการได้ความรักความเอ็นดูจากเจ้าของ
ที่อยู่อาศัย
• สุนัขที่อยู่นอกบ้านควรจะมีที่กำบังจากแดด ฝน และลมหนาว
• สุนัขต้องการที่หลับนอนที่อบอุ่น/เย็นสบาย
• ถ้าจะผูกสุนัขไว้ ควรใช้เชือก/โซ่ยาว โปรดระวังโซ่ หรือเชือกจะพันรอบตัวสุนัข ทำให้ได้รับความเจ็บปวด
การให้อาหารและน้ำดื่ม
• สุนัขต้องการสารอาหารเพื่อสร้างสมดุลร่างกาย ประกอบด้วย โปรตีน และไฟเบอร์ อาหารเหลือจากครัวเรือน ย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างความแข็งแรง และรักษาสุขภาพที่ดีของร่างกายสุนัขได้
• อาหารที่เป็นเศษกระดูกแหลมคม อาจจะทิ่มลำคอหรือก่อให้เกิดปัญหาในลำไส้ ถ้าสุนัขกลืนเข้าไป
• น้ำควรจะมีให้สุนัขได้ดื่มกินเสมอในภาชนะที่สะอาด
การออกกำลังกาย
• ไม่ควรผูกสุนัขไว้ตลอดเวลา เพราะสุนัขต้องการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
• ควรให้สุนัขได้มีโอกาสออกเดินในแต่ละวัน หรือเล่นสนุกกับของเล่นหรือลูกบอล ซึ่งจะทำให้สุนัขกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ไม่ซึมเศร้า
• สุนัขที่ถูกกักไว้มักจะเห่าหอนรบกวนเพื่อนบ้าน
ปรึกษาสัตวแพทย์ในกรณีต่อไปนี้
• โภชนาการสุนัข การฝึกสอนสุนัข
• การรักษาป้องกันพวกเชื้อโรคปรสิต
• การทำวัคซีน
• การตอน/ทำหมัน
• เรื่องอันเกี่ยวกับสุขภาพสุนัขโดยทั่วไป

สื่อภาษาหมา

การแสดงออกโดยการเห่า
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพฤติกรรมของสุนัขแยกประเภทและความหมายของเสียงเห่าแต่ละชนิดไว้ดังนี้
o เห่าติดต่อกันเป็นชุด ๆ 3-4 ครั้งโดยมีช่วงหยุดระหว่างชุด…….ความหมาย เป็นการเชิญชวนของสุนัขให้ “มาดูอะไรที่น่าสนใจตรงนี้กันเถอะ”
o เห่าเร็ว ๆ ติดต่อกันด้วยโทนเสียงปานกลาง……..ความหมาย การเตือนภัยของสุนัขว่า “มีสิ่งไม่น่าไว้วาง
ใจใกล้เข้ามา”
o เห่าด้วยเสียงต่ำ ๆ ติดต่อกันอย่างช้า ๆ ……ความหมาย กำลังมีภัยประชิดตัว
o เห่าแล้วหยุด เห่าแล้วหยุด ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ……….ความหมาย สุนัขกำลังเหงา
o เห่าสั้น ๆ ครั้งสองครั้ง…..ความหมาย การทักทายตามปกติของสุนัข
o เห่าครั้งเดียวสั้น ๆ เมื่อคุณหรือสุนัขอีกตัวกำลังยุ่งอยู่กับเขา………….ความหมาย เขากำลังรำคาญและ
พยายามบอกคุณว่า “หยุดซะทีเถอะ”
o ลูกสุนัขเห่าติดต่อกัน………ความหมาย เป็นการเรียกร้องความสนใจ
o เห่าครั้งเดียวสั้น ๆ เป็นการเรียกเจ้าของ………..ความหมาย เขาต้องการขับถ่ายหรือถึงเวลาให้อาหารแล้ว
o เห่าติด ๆ กันรัวและดังขึ้นเรื่อย ๆ …………..ความหมาย บ่อบอกถึงความตื่นเต้นสนุกสนานกับอะไรบางอย่าง

ถึงจะพูดภาษาเดียวกันไม่ได้ แต่ก็สื่อใจถึงกันได้ ด้วยภาษากาย ภาษาสายตา มันขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะสื่อสารกับเขามากน้อยแค่ไหน ถ้าคุณพยายามทำความเข้าใจใจตัวเขา เรียนรู้เขา สักวันก็จะเป็นเหมือนบทเพลง “สองกายหัวใจเดียว”


การแสดงออกโดยสีหน้า
การแสดงออกโดยสีหน้าก็คล้ายกับคน เราค่อนข้างจะคุ้นเคยกับภาษาที่สื่อกันชนิดนี้กันอยู่แล้ว อาจแสดงออกทาง
สายตา การแยกเขี้ยว โดยการทำหูลีบไปข้างหลังก็จะแปลความหมายได้ตามสถานการณ์ในขณะนั้น
การแสดงออกทางหาง
หางเป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าปุกปุยใช้คุยกับเรา หมาที่หวาดกลัวจะหดหางลงใต้หว่างขาหรือลักษณะการแกว่งจะบ่งบอกถึง
อารมณ์ขณะนั้น การแกว่งหางสูงเป็นวงกว้างและหยุดทำหางแข็งไว้จะบ่งบอกถึงอาการไม่แน่ใจซึ่งอาจจะเข้ามาหา
อย่างเป็นมิตร หรืออาจเห่าหรือกัดได้จึงควรต้องระวัง

ความรู้สึกและสัญชาตญาณ

สุนัขแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์ มีสัญชาตญาณของตนเอง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลง จากสุนัขป่ามาเป็นสุนัขเลี้ยง ได้มีการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์สุนัขสืบทอดกันมามากกว่า 4,000 ชั่วอายุ ทำให้ลักษณะร่างกายของสุนัขหลายสายพันธุ์ เปลี่ยนแปลงไปจากบรรพบุรุษของพวกมันอย่างมาก แต่สุนัขแต่ละสายพันธุ์ยังคงรักษาลักษณะพฤติกรรมของสุนัขป่าที่มันเคยเป็นไว้ได้ไม่มากก็น้อย ทั้งสุนัขป่าและสุนัขเลี้ยงมีวิธีสื่อสารโดยการเห่า การใช้ภาษากาย และสัญชาตญาณในการรวมกลุ่ม

Previous Older Entries